สิงห์ กระป๋อง

ความเป็นมา

Singha Can หรือ “สิงห์ กระป๋อง” ไม่ใช่แค่เบียร์ธรรมดาที่วางอยู่บนชั้นวางของ แต่คือตำนานแห่งความสดชื่นที่ค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการดื่มในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้นของเบียร์สิงห์นั้นย้อนกลับไปถึงปี 1933 เมื่อบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อผลิตเบียร์คุณภาพระดับโลกที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ของเมืองไทย ด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเขียวขจีของภาคเหนือ และความสง่างามของสัตว์เทพในตำนานอย่างสิงห์ จึงตั้งชื่อแบรนด์ว่า “Singha” ซึ่งหมายถึง “สิงห์” หรือสัตว์เทพที่ทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความมั่นคงและความกล้าหาญ

ตั้งแต่นั้นมา Singha Can ก็กลายเป็นเบียร์ที่คนไทยนิยมดื่มทั้งในงานเลี้ยง ปาร์ตี้ หรือแม้แต่ในวันสบาย ๆ ใต้ร่มไม้ ด้วยบรรจุภัณฑ์กระป๋องสีทองที่แวววาว พร้อมโลโก้สิงห์ที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้ดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเปิดในร้านอาหาร ริมทะเล หรือแม้แต่ในครัวเรือน กลิ่นอายของความเป็นไทยก็แทรกซึมอยู่ในทุกขวด

รสชาติและลักษณะ

Singha Can มอบประสบการณ์การดื่มที่เย็นฉ่ำ สดชื่น ราวกับได้ดื่มน้ำจากลำธารในป่าลึก รสชาติเริ่มต้นด้วยความหวานอ่อน ๆ จากมอลต์ ตามด้วยความขมละมุนจากฮ็อปที่ไม่รุนแรงจนเกินไป ทำให้กลิ่นอายของเบียร์นี้ไม่หนักคอ แต่กลับชวนดื่มต่อได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด ความเย็นจากกระป๋องที่แช่เย็นจัดจะช่วยปลดปล่อยฟองเบียร์ที่ฟูนุ่ม ลอยขึ้นมาอย่างช้า ๆ พร้อมเสียง “ป๊อป” อันน่าพึงพอใจเมื่อเปิดฝา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธัญพืชและดอกไม้แห้งลอยมากระทบจมูก แล้วค่อย ๆ หายไปพร้อมกับรสชาติที่สะอาด ไม่ขมจัด ไม่หวานจัด สมดุลจนต้องยกนิ้วให้

วัตถุดิบและวิธีทำ

เบียร์ Singha Can ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติเพียงสามอย่างหลัก: น้ำ ข้าวเปลือกข้าวบาร์เลย์ (barley malt) ฮ็อป และยีสต์ น้ำที่ใช้ผลิตมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ผ่านกระบวนการกรองอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ ข้าวบาร์เลย์ถูกคั่วจนได้สีน้ำตาลเข้ม ให้รสหวานและกลิ่นหอมลึก ฮ็อปที่นำมาใช้คือสายพันธุ์คุณภาพสูง ช่วยเสริมความขมละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนยีสต์ คือตัวการสำคัญในการหมัก ทำให้เกิดแอลกอฮอล์ในปริมาณเบา ๆ ประมาณ 5% โดยกระบวนการผลิตใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่กับเทคนิคดั้งเดิม ทั้งการหมักแบบควบคุมอุณหภูมิ และการกรองอย่างละเอียด เพื่อให้เบียร์มีความใส สะอาด และคงรสชาติได้นาน

ข้อมูลสำหรับผู้ทาน

Singha Can ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสียหรือสีเทียม จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภคทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่แพ้กลูเตน ควรหลีกเลี่ยง เพราะเบียร์ทุกชนิดที่ผลิตจากข้าวบาร์เลย์มีกลูเตนอยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะต่ำกว่าข้าวสาลี แต่ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะซีเอลีแอค (Celiac Disease) สำหรับผู้ที่ควบคุมแคลอรี ขวดเดียวมีแคลอรีประมาณ 140 กิโลแคลอรี แอลกอฮอล์ 5% จึงควรดื่มอย่างมีสติ และดื่มให้พอดี เพื่อรักษาสุขภาพทั้งกายและใจ

เคล็ดลับ

อยากให้ Singha Can รสชาติดีที่สุด? แช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนดื่ม หรือใส่ในน้ำแข็ง 1-2 ลูกเพื่อความเย็นจัด แต่ระวังอย่าใส่มากเกินไป เพราะอาจทำให้เบียร์เจือจางได้ สำหรับคนชอบดื่มคู่กับอาหาร ลองจับคู่กับยำทะเล ปิ้งย่าง หรือข้าวผัดกุ้ง จะช่วยเสริมรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อย่าลืมเปิดกระป๋องอย่างช้า ๆ เพื่อให้ฟองไม่พุ่งออกมา แล้วจิบช้า ๆ ให้รู้สึกถึงความสดชื่นที่ค่อย ๆ ไหลลงลำคอ นั่นคือความสุขที่แท้จริงของคนรักเบียร์ไทย

อยากให้เมนูร้านคุณมีคำอธิบายแบบนี้มั้ย?

สร้างเมนูหลายภาษาฟรี →